เวย์โปรตีนคุณภาพสูง ยอดขายอันดับ 1 ของประเทศ | ติดตามเราบน

ภาษาไทย | English สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

ห่วงอนามัยคุมกำเนิด

สุขภาพ 16 ม.ค 69



ห่วงอนามัยคุมกำเนิด ( Intra Uterine Device ) เป็นอุปกรณ์ คุมกำเนิดขนาดเล็กที่ใส่เข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ระยะเวลาของการคุมกำเนิดขึ้นกับชนิดของห่วงอนามัย

ชนิดของห่วงอนามัย

1. ห่วงอนามัยชนิดที่มีฮอร์โมน (hormonal intrauterine device หรือ intrauterine system) มีฮอร์โมน levonorgestrel เคลือบอยู่ ทำให้ผนังมดลูกบางตัว ไม่พร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อนและเพิ่มความหนาของมูกที่ปากมดลูก นอกจากใช้คุมกำเนิดแล้วยังสามารถใช้รักษาความ ผิดปกติอื่น ได้แก่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ประจำเดือนมามาก หลังใส่ห่วงชนิดนี้อาจมีเลือดออกผิดปกติ ในช่วง 3 เดือนแรก จากนั้นปริมาณระดูจะค่อยๆ ลดลงจนเกิดภาวะไม่มีระดูภายใน 1 ปีหลังใส่ ตัวอย่างห่วงอนามัยที่มีฮอร์โมน ได้แก่ Mirena สามารถคุมกำเนิดได้ 5 ปี

2. ห่วงอนามัยชนิดหุ้มทองแดง (copper-containing intrauterine device มีสารทองแดงที่ปล่อยออกจากห่วงอนามัย ออกฤทธิ์เพื่อกระตุ้นการอักเสบในโพรงมดลูกและขวางตัวการฝังตัวของตัวอ่อน สามารถใช้เพื่อคุมกำเนิดฉุกเฉินในกรณีมีเพศสัมพันธ์ไม่พึงประสงค์ โดยต้องใส่ห่วงอนามัย ภายใน 5 วัน หลังมีเพศสัมพันธ์ ตัวอย่างห่วงอนามัยชนิดหุ้มทองแดง ได้แก่ Multiload CU 375 สามารถคุมกำเนิดได้ 5 ปี

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการใส่ห่วงอนามัย

1. ขณะกำลังมีระดู หรือภายใน 7 วันแรกของระดู

2. หลังการคลอดบุตรทางช่องคลอด 6 สัปดาห์ หรือหลังผ่าตัดคลอด 8 สัปดาห์ หรือใส่ทันทีหลังการแท้งบุตร

ข้อห้ามในการใส่ห่วงอนามัย

1. ทราบหรือสงสัยว่าตั้งครรภ์

2. แพ้ต่อส่วนประกอบใด ๆของห่วงอนามัย

3. มีการติดเชื้อในอวัยวะอุ้งเชิงกราน หากมีความผิด ปกติควรรรักษาให้หายปกติอย่างน้อย 3 เดือน

4. โพรงมดลูกผิดรูปอย่างรุนแรง

5. มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดที่ยังไม่ทราบสาเหตุ

6. มีภาวะแท้งติดเชื้อ (septic abortion) หรือภายในเยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบหลังคลอด (postpartum endometritis) ภายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

ข้อดีของการใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิด

1. ห่วงอนามัยคุมกำเนิดออกฤทธิ์เฉพาะที่อวัยวะภายใน จึงมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการคุมกำเนิดแบบฉีด ฝังและรับประทาน

2. สามารถคุมกำเนิด ได้นานอย่างน้อย 5 ปี

3. สามารถใช้ได้กับแม่ที่ให้นมบุตร และผู้ที่มีน้ำหนัก ตัวมาก

4. หากเกิดภาวะไม่พึงประสงค์จากห่วงอนามัยคุมกำเนิด สามารถถอดห่วงคุมกำเนิดออกได้ทันที

ข้อเสียของการใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิด

1. ห่วงอนามัยจะต้องใส่และถอดโดยแพทย์เท่านั้น

2. ต้องตรวจภายในก่อนใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิด

3. บางรายอาจมีอาการปวดเกร็งมดลูกและมีเลือดออกผิดปกติได้ มักเป็นในช่วง 3 เดือนแรกหลังใส่ห่วง

4. สายจากห่วงอนามัยคุมกำเนิดอาจรบกวนการมี เพศสัมพันธ์ได้ในผู้ป่วยบางราย

ภาวะแทรกซ้อน (พบได้น้อยมาก)

1. อาจเกิดการติดเชื้อและอักเสบในอุ้งเชิงกราน

2. มดลูกทะลุ

คำแนะนำหลังใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิด

1. หากมีอาการปวดเกร็งท้องน้อย สามารถรับประทานยาแก้ปวด เช่น Paracetamol ได้ โดยในช่วง 2- 3 เดือนแรกอาจมีเลือดออกกระปริดกระปรอยเล็กน้อยหรือมีตกขาวเพิ่มขึ้น หากมากผิดปกติ ควรมาพบแพทย์

2. งดร่วมเพศหลังใส่ห่วงประมาณ 7 วัน

3. มารับการตรวจห่วงในระยะ 1, 3, 6, 12 เดือน และปีละครั้ง

4. ไม่ควรสวนล้างช่องคลอด ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศภายนอกไปตามปกติ

5. เช็คสายห่วงด้วยตนเองหลังหมดประจำเดือน 7 วัน โดยเช็คทุกเดือนและหลังร่วมเพศ โดยล้างมือให้สะอาด ตัดเล็บให้สั้น แล้วสอดนิ้วชี้เข้าไปจนสุดนิ้วจะคลำได้ปากมดลูกเป็นก้อนกลมแข็ง และคลำดูสายไนลอนเส้นเล็กๆ ที่ปากมดลูก กรณีที่คลำแล้วไม่พบสายห่วงควรรีบไปพบแพทย์

การเอาห่วงอนามัยออก

1. ครบอายุการใช้งานของห่วงอนามัยแต่ละชนิด

2. ต้องการมีบุตร

3. เมื่อต้องการเปลี่ยนไปใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่น

4. ถึงวัยหมดประจำเดือน

5. หากมีเลือดระดูออกทางช่องคลอดมากหรือนานกว่าปกติ มีอาการปวดหน่วงท้องอย่างรุนแรงหรือมีไข้สูงมากกว่าหรือเท่ากับ 38 องศาเซลเซียส ควรรีบมาพบแพทย์

สนใจรับเคล็ดลับลดน้ำหนัก เพิ่มกล้าม เพิ่มเติมได้ที่

Facebook : WHEYWWL

Instagram : wheywwl

Twitter : WheyWWL Official

Youtube : WHEYWWL Official